พรีวิว บาร์เซโลนา พบ ลาส พัลมาส

เกมลาลีกาสเปน ช่วงไพรม์ไทม์คืนวันเสาร์ บิ๊กแมทช์ เป็นเกมที่คัมป์นู ระหว่างบาร์เซโลนา แชมป์เก่า เปิดบ้านต้อนรับ ลาส พัลมาส ทีมอันดับ 8

ทัพ “อาซุลกราน่า” ของหลุยส์ เอนริเก้ ไม่มีปัญหาเรื่องผู้เล่นบาดเจ็บหรือติดโทษแบน หลังจากเอาตัวรอดชนะแอธเลติก บิลเบา 3-1 ผ่านเข้ารอบแปดทีมสุดท้าย ของโกปา เดล เรย์ เมื่อกลางสัปดาห์ นัดนี้จัดชุดใหญ่เต็มสูบแน่นอน ตั้งแต่หลังบ้าน มาร์ก-อันเดร แทร์ สเตเก้น กลับมาเฝ้าเสา ส่วนฮาเวียร์ มาสเชราโน่ น่าจะยืนเซ็นเตอร์แบ็คคู่กับ เคราร์ด ปิเก้ กองกลางอิวาน ราคิติช กับอันเดร โกเมส มีลุ้นลงตัวจริง ร่วมกับเซร์คิโอ บุสเก็ตส์ กับอันเดรส อิเนียสต้า และสามประสานแนวรุก เนย์มาร์ หลุยส์ ซัวเรซ และลิโอเนล เมสซี่ อยู่ครบพร้อมถล่มประตู

ด้าน ลาส พัลมาส ทีมเยือน แม้จะโดนเขี่ยตกรอบโกปา เดล เรย์ ไป แต่ก็ไว้ลายยิงแซงชนะแอตเลติโก มาดริด 3-2 สกอร์รวมแพ้ 3-4 นัดนี้ขาดกองหลังตัวหลักอย่างเปโดร บิกาส ที่เจ็บเข่า ต้องส่งเมาริซิโอ เลมอส ลงแทน ถือว่ายวบไปพอควร ขณะที่ดานี่คาสเตญาโน่ แบ็คซ้ายต้องรอเช็กความฟิต แต่ตัวหลักอื่นๆ ยังพร้อมลงเล่นทั้งโจนาธาน วิเอรี่, เควิน ปริ้นส์ บัวเต็ง และ นาบิล เอล ซาร์ นำทัพ

ผลงานระยะหลังของทั้งสองทีม บาร์เซโลนา สะดุดในลีกเสมอบีญาร์เรอัล 1-1 แต่ผลงานในบ้านตัวเอง ชนะแค่นัดเดียวจาก 3 นัดหลังสุดในลีก ส่วนลาส พัลมาส ชนะสปอร์ติ้ง กิฆอนในเกมลาลีกา นัดล่าสุด แต่เกมเยือนพวกเขาไม่ดีเอาเสียเลย ชนะแค่นัดเดียวจาก 11 นัดหลังสุดในลีก ด้านเฮด-ทู-เฮด ของทั้งสองทีม บาร์เซโลนายังไม่แพ้เลยในการเจอกัน 6 ครั้ง

หากไม่มีอะไรผิดพลาด บาร์เซโลนาที่มีอาวุธครบมือ น่าจะผ่านลาส พัลมาสไปได้ไม่ยาก ลุ้นยิงมากกว่า 2 ประตูได้เลย

อาลัย “แกรแฮม เทย์เลอร์” อดีตกุนซือสิงโตเสียชีวิตในวัย 72 ปี

   เมื่อปลายสัปดาห์แกรแฮม เทย์เลอร์ อดีตผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ และวัตฟอร์ด ที่เคยโลดแล่นอยู่ในวงการลูกหนังเมืองผู้ดีนานกว่า 50 ปี ได้เสียชีวิตอย่างสงบในวัย 72 ปี

เทย์เลอร์ เกิดเมื่อวันที่ 15 กันยายน 1944 ในแคว้นน็อตติงแฮมเชียร์ โดยพ่อของเขาเป็นนักข่าวกีฬา ของสำนักข่าวท้องถิ่น และเป็นทำให้เทย์เลอร์ เริ่มซึบซับเกมกีฬาฟุตบอลเป็นครั้งแรก

เทย์เลอร์ เริ่มเส้นทางอาชีพค้าแข้ง จากรั้วเยาวชนของสโมสร สคันธอร์ป ก่อนจะย้ายไปอยู่กับ กริมสบี้ ในปี 1962 ลงเล่นให้ทีมในลีกกว่า 189 นัด ต่อมาในปี 1968 ทีมลินคอล์น คว้าเทย์เลอร์ไปร่วมทีม ลงเล่น 151 นัด และได้เป็นกัปตันทีม แต่ต้องแขวนสตั๊ดในปี 1972 เนื่องจากปัญหาบาดเจ็บรุนแรงที่สะโพก

ในความโชคร้ายในอาชีพค้าแข้ง เป็นโอกาสให้เทย์เลอร์ ผวนเข้าสู่การทำงานโค้ชที่เขาสนใจมานาน งานแรกของเขาในฐานะผู้จัดการทีมคือ ลินคอล์น และเขาก็คว้าถ้วยแรกในชีวิต พาทีมคว้าแชมป์ดิวิชั่น 4 ในปี 1976

เทย์เลอร์ ถูกยกให้เป็นโค้ชหนุ่มไฟแรงที่สุดในเกาะอังกฤษ และปี 1977 วัตฟอร์ด ตัดสินใจดึงตัวเขามาคุมทีม และตำนานบทนี้ของ “แตนอาละวาด” ก็เริ่มขึ้น เขาพาทีมเลื่อนชั้นพรวดจากดิวิชั่น 4 สู่ดิวิชั่น 1 ในเวลา 5 ปี และปี 1983 วัตฟอร์ดจบรองแชมป์ คว้าตั๋วไปเล่นถ้วยยุโรปอย่างยูฟ่า คัพ นับเป็นกุนซือประวัติศาสตร์ที่น่าจดจำที่สุดในวงการลูกหนังผู้ดี

เทย์เลอร์ ยังเป็นผู้สร้างดาวดังอย่าง จอห์น บาร์นส์ พาทีมล้มยักษ์ใหญ่ยุคนั้นทั้งลิเวอร์พูล อาร์เซนอล และเอฟเวอร์ตัน ปี 1987 เขา ย้ายไปคุมแอสตัน วิลล่า ได้รองแชมป์ลีกอีกครั้งในปี 1990 และปีนั้นเองที่ เอฟเอ ทาบทามเขาเพื่อคุมทัพ “สิงโตคำราม” ช่วงแรกผลงานของเขาดีมาก แพ้แค่นัดเดียวจาก 21 นัดแรก แต่ทุกอย่างกลับตาลปัตรในศึกยูโร 92 อังกฤษพลิกล็อกแพ้ต่อสวีเดน ตกรอบแรก และที่แย่กว่านั้นคือ พาทีมชวดไปเล่นฟุตบอลโลก 1994 ทำให้เขาตกกระเด้นตกเก้าอี้กุนซือไปในที่สุด

หลังผ่านช่วงย่ำแย่ เทย์เลอร์ กู้หน้าให้ตัวเองในการคุมวัตฟอร์ด หนที่สอง พาทีมเลื่อนชั้นพรวดจากดิวิชั่น 2 สู่พรีเมียร์ลีกในปี 1999 แต่หนนี้ไม่มีปาฏิหารย์ วัตฟอร์ดตกชั้นทันควันในปีต่อมา และวางมือจากงานคุมทีมในปี 2003

เทย์เลอร์ ยังวนเวียนอยู่ในวงการลูกหนัง เขาได้รับตำแหน่งประธานสโมสรวัตฟอร์ด ระหว่างปี 2009 ถึง 2012 และสโมสรยังเปลี่ยนชื่อสแตนด์ในสนามเหย้า เป็นชื่อของเขาในปี 2014 เป็นเกียรติให้เขาก่อนที่จะอำลาโลกนี้ไป เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 12 มกราคมที่ผ่านมา

“มาต้า” เร้าผีซัดฮัลล์อีกเม็ดทะลุชิงลีกคัพแน่

  ฆวน มาต้า มิดฟิลด์ตัวรุกของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เชื่อมั่นว่าทีมของเขาต้องการยิงประตูเพิ่มอีกแค่หนึ่งประตู ในเกมอีเอฟแอล คัพ รอบรองชนะเลิศ เลกที่สองกับ ฮัลล์ ซิตี้ น่าจะเพียงพอให้ทีมการันตีผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้แน่นอน

ทีมของโจเซ่ มูรินโญ่ มีโอกาสสูงที่จะได้ไปเล่นในเวมบลี้ย์ หลังเปิดโอลด์ แทรฟฟอร์ด เอาชนะได้ 2-0 เมื่อคืนวันอังคาร จากลูกยิงจ่อๆ ของมาต้าในนาที 56 และปิดกล่องด้วยลูกโหม่งของมารูยาน เฟลไลนี่ ช่วงสามนาทีสุดท้าย ก่อนจะกลับมาพบกันอีกในนัดที่สอง ที่สนามเคคอม สเตเดี้ยม บ้านของฮัลล์ วันที่ 26 มกราคมนี้

ทั้งนี้แข้งทีมชาติสเปน มองว่าทีมต้องการยิงประตูเพิ่มอีกหนึ่งลูก น่าจะปิดโอกาสที่ฮัลล์จะกลับมาสู่เกมได้

“ฮัลล์ ต้องการประตู และพวกเขาจำเป็นต้องเล่นเพื่อชนะอย่างเดียวเท่านั้น ฉะนั้นเราก็ต้องพร้อมรับมือพวกเขา เรารู้ว่าพวกเขาจะสร้างบรรยากาศกดดันในบ้านพวกเขา แต่เราจะพยายามรับมือให้ได้”

“เราจะพยายามยิงให้ได้ด้วย เพราะถ้าเรายิงได้ จะสร้างความแตกต่างอย่างมหาศาลในวันนั้น และหวังอย่างว่าเราจะได้ไปเวมบลี้ย์อีกครั้ง มันคงเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์สำหรับเราและแฟนบอลของเราด้วย”

“เรายิงได้สองลูกในครึ่งหลัง ซึ่งเป็นผลการแข่งขันที่ดีสำหรับเรา ส่วนตัวผมแล้ว มันเป็นเรื่องสำคัญมากที่สร้างโอกาสทำประตูได้หลายครั้ง และยังเล่นกันอย่างสวยงาม ถ้าเราเล่นได้แบบนี้อีก ผมคิดว่าเรายิ่งเข้าใกล้ชัยชนะแน่นอน”

นัดชิงชนะเลิศ จะเตะกันที่เวมบลี้ย์ ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พบผู้ชนะระหว่าง เซาแธมป์ตัน กับ ลิเวอร์พูล

“ป็อกบา” นำทัพผีครองแชมป์ยิงแม่นเสา-คานในพรีเมียร์ลีก

   แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คงไม่ปลื้มกับสถิติเท่าไหร่ เมื่อมีการเปิดเผยว่าพวกเขาเป็นทีมที่ยิงชนเสาและคานมากที่สุดในฤดูกาลนี้ และหากย่อยลงไปที่นักเตะ ก็ไม่มีใครแม่นเสากับคานเท่ากับ ปอล ป็อกบา มิดฟิลด์สายแด็บของพวกเขาด้วย

แข้งเลือดเฟร้นช์ เพิ่งโชว์ความแม่นเหลี่ยมหลังปั่นฟรีคิกไปชนเสาในเกมที่ชนะ ฮัลล์ ซิตี้ 2-0 ในเกมอีเอฟแอล คัพ เมื่อคืนวันอังคาร ซึ่งนับเป็นครั้งที่ 7 แล้วที่เขาถูกเสากับคานปฏิเสธลูกยิง รวมทุกรายการ เท่ากับเควิน เด บรอยน์ เพลย์เมคเกอร์ตัวเก่งของแมนเชสเตอร์ ซิตี้

ก่อนหน้านี้ในพรีเมียร์ลีก ป็อกบา เคยซัดชนคานในเกมกับวัตฟอร์ด และสโต๊ค รวมถึงส่องฟรีคิกชนเสาอีกสองครั้ง ในนัดพบกับสเปอร์ส กับ ซันเดอร์แลนด์ และตีลังยิงชนคานกับ มิดเดิลสโบรห์ ขณะที่ในถ้วยลีกคัพ ก็เคยยิงชนเสาในนัดชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-0 อีกด้วย

หากลูกโหม่งของป็อกบา ในเกมกับสโต๊ค เป็นประตู ตอนนี้ยูไนเต็ด จะมีคะแนนสูงกว่าตอนนี้ 2 แต้ม แต่เพื่อนคนอื่นก็แม่นกับคาน จนทำคะแนนหล่นในเกมกับเบิร์นลี่ย์, เอฟเวอร์ตัน และเวสต์แฮม ด้วย ซึ่งรวมแล้วตลอดซีซั่น ยูไนเต็ด ยิงเสากับคานไป 19 ครั้ง นำหน้าแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2 ครั้ง ซึ่งถ้านับประตูจากลูกชนเสากับคาน พวกเขาจะมีคะแนนในลีกมากกว่าเดิม 8 แต้ม มีคะแนนขึ้นมารั้งรองจ่าฝูง ห่างจากเชลซีแค่ 2 แต้มเท่านั้น

ขณะที่ทีมพรีเมียร์ลีกที่ยิงชนเสากับคาน น้อยที่สุด คือซันเดอร์แลนด์ของเดวิด มอยส์ ยิงชนกรอบประตูแค่ครั้งเดียวเท่านั้น แต่พวกเขาก็ส่องเข้ากรอบในแค่ 17 ลูกเท่านั้น พาทีมจมปลักในโซนตกชั้นในอันดับ 18

“ออสการ์” อวยลีกจีนโตเร็วอนาคตเทียบชั้นบิ๊กยุโรป

   ออสการ์ มิดฟิลด์ตัวท็อปป้ายแดงของเซี่ยงไห้ เอสไอพีจี ออกโรงยาหอมลีกไชนีส ซุเปอร์ลีก ว่าจะพัฒนาก้าวขึ้นมาแข็งแกร่งเทียบชั้นพรีเมียร์ลีกของอังกฤษได้ในอนาคต หากมีสตาร์ดังตบเท้าย้ายเข้ามายังแดนมังกรเพิ่มขึ้น

ดาวเตะทีมชาติบราซิลวัย 25 ปี ย้ายด้วยค่าตัวสูงเป็นสถิติถึง 60 ล้านยูโร จากเชลซี ไปยังทีมดังไปอยู่กับเซี่ยงไห้ เอสไอพีจี ร่วมงานกับเฮดโค้ชคนดังอย่างอันเดร วิลลาส โบอาส และร่วมทีมเดียวกับฮัลค์ ดาวยิงเพื่อนร่วมชาติ

ออสการ์ เก็บข้าวของมาหากินในจีน ในยุคที่มีแข้งระดับโลกมากมายทั้งคาร์ลอส เตเบซ, อักเซล วิตเซล, รามิเรส, อเล็กซ์ เทเชร่า, เอเซเกล ลาเวซซี่, จอห์น โอบี มิเกล, กราเซียโน่ เปลเล่, บูรัค ยิลมาซ, เปาลินโญ่, เรนาโต้ ออกุสโต้, เฟรดี้ กัวริน และแจ็คสัน มาร์ติเนซ และออสการ์ รู้สึกว่าไชนีส ซุเปอร์ลีก ยังไปได้ไกลกว่านี้อีกหากมีการทุ่มทุนดึงแข้งดังเข้ามาอีก

“ถ้าพวกเขายังเดินหน้าแนวทางนี้ต่อไป น่าจะตามนั้นนะ เพราะพวกเขามีแผนงานเจ๋งอีกเพียบ” ออสการ์ กล่าว

“แน่นอนว่านักเตะในพรีเมียร์ลีกมีระดับฝีเท้าสูงกว่า แต่นักเตะจีนก็ฝีเท้าดีมากเช่นกัน พวกเขาคอยช่วยเหลือเพื่อนใหม่ๆ หลายอย่าง และผมหวังว่าพวกเขาจะเดินหน้าลงทุนต่อ เพราะผมตั้งใจมาเพื่อช่วยพวกเขา”

“การย้ายทีมครั้งนี้เป็นเรื่องที่ดีทั้งตัวผม เชลซี และเซี่ยงไห้ ผมรู้สึกมีความสุขมากที่ย้ายมาเล่นในไชนีส ซุเปอร์ลีก ผมคิดว่าสโมสรของจีนทุ่มเงินเยอะมากเพื่อนำเข้านักเตะระดับนี้เข้ามา เพื่อทำให้ลีกแข็งแกร่งยิ่งึ้น พวกเขายื่นข้อเสนอให้ผม ซึ่งผมก็แฮปปี้ที่ย้ายมาด้วย”

ลอนดอนดาร์บี้ เบรกสถิติชนะต่อเนื่องของเชลซีไว้ที่

   จบที่ 13 เกมรวด สถิติที่สร้างขึ้นมาของ อันโตนิโอ คอนเต้ ได้หยุดลงแล้วหลังจากที่พวกเขาบุกไปพ่ายแพ้ให้กับ ไก่เดือยทอง ท๊อตแน่ม ฮอตสเปอร์ส เพื่อนร่วมทีมที่ไม่น่าจะจบลงกันได้สวยหลังจากที่ เชลซีชนะมาแบบไม่สนใจหน้าอินทร์หน้าพรหมก็ต้องมาแพ้ให้กับกุนซือชาวอาร์เจนไตน์ โพเชสติโน่ ซึ่งสถิติที่ดีแบบนี้ของเชลซีนั้นหายากมากยุคของ โจเซ่ มูรินโญ่ก็ทำไม่ได้ ผลงานของ คอนเต้ นั้นก็ดีมาต่อเนื่องแต่จะเห็นได้ชัดว่าในช่วงเกมหลังๆลูกทีมเหมือนจะมีการแผ่วกำลังลงอย่างเห็นได้ชัดถึงจะมียิงเยอะใน 2 เกมหลังก็จริงแต่ว่าก็โดนยิงประตูคืนเช่นเดียวกัน จนมาถึงนัดที่ 20 มาริโอ โพเชสติโน่ กลับกลายเป็นคนที่เห็นจุดอ่อนของทีมและเข้าใจในระบบ3-4-3 ได้อย่างลงตัวที่สุดจนสามารถหาช่องโหว่ให้ลูกทีมทำประตูชัยได้สำเร็จ

เชลซีเกมนี้ก็ไม่ได้เล่นต่ำกว่ามาตราฐานเลยทั้งรุกและรับแต่ไม่น่าเชื่อว่าการบุกมาเพียงไม่กี่ครั้งของ สเปอร์สก็สร้างความเจ็บปวดให้กับแฟนบอลเชลซีด้วยการยิงประตูได้ เกมนี้ก็ต้องยอมรับว่า ดาวิด ลุยส์ นั้นโดนโพเชสติโน่นั้นอ่านเกมมาขาดมาก การโหม่งที่ดีของ ลุยส์ นั้นช่วยทีมได้เยอะมากแต่การวางไว้เซ็นเตอร์ก็ทำให้ตรงนี้เป็นจุดอ่อนส่วนทางริมเส้น อัซปิลิกวยต้าเป็นนักเตะที่รูปร่างเล็กก็เลยทำให้เสียประตูทั้ง 2 ประตูเพราะเขาคนเดียว การวางบอลเข้ามาจากฝั่งขวา คริสเตรียนอิริคเซ่น เปิดเข้ามาคนเดียวทั้ง 2 ประตูแล้วคนที่ทำประตูได้ก็เป็น เดลี่ อัลลี ที่กระโดดเข้ามาเทคตัวโหม่งได้สมบูรณ์แบบจริงๆ ทำให้ ธิบงต์ กูร์สตัวก์หมดสิทธิ์ที่จะรับ จนเป็นเหตุให้ เชลซีเสีย 2 ประตูไปในเกมนี้แล้วโดนลิเวอร์พูลจี้เข้ามาเหลือเพียงแค่ 5 คะแนนเท่านั้น